วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 10

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจารณ์จินตนา สุขสำรญ
วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557
เวลาเรียน 08.30-12.20 น.


สิ่งที่ได้รับในวันนี้

ในสัปดาห์อาจารย์ได้ให้โอกาสครที่ยังไม่ได้นำเสนอสื่อออกไปนำเสนอสื่อของตนเอง
ดิฉันก็ได้ออกไปนำเสนอสื่อที่ได้ประดิษฐ์มา

จับคู่...เสียง


อุปกรณ์
1.ขวดยาคลูท์ และ ขวดนมเปรี้ยว
2.หิน
3.เม็ดโพม
4.ถั่วเขียว
5.เม็ดข้าว
6.กาว
7.กรรไกร
8.กล่อง
9.กระดาษสี

วิธีทำ
1. นำขวดยาคูลท์และขวดนมเปรี้ยวมาใส่ หิน ถั่วเขียว เม็ดโพม เม็ดข้าว จากนั้นปิดผาให้สนิทแล้วตกแต่งขวด
2. นำกล่องเหลือใช้ที่มีขนาดพอที่จะใส่ขวดทั้งหมดได้ มาห่อด้วยกระดาษสีให้สวยงาม 
3.จากนั้นนำขวดทั้งหมดมาเรียงไว้ด้านในกล่อง

วิธีการเล่น
     ให้เด็กเขย่าขวดให้เกิดเสียง จากนั้นให้เด็กจับคู่เสียงที่เหมือนกัน

สรุป
   เสียงเกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ ที่เสียงแตกต่างกันก็เพราะวัตถุข้างในมีขนาดที่แตกต่างกัน

หลังจากเพื่อนนำเสนอของเล่นของตนเองเสร็จ  อาจารย์ได้อธิบายการเขียนแผนของแต่ละหัวข้อของกลุ่มนั้นๆ

กลุ่มของดิฉันเรื่องส้ม

- ชนิดของส้ม
- ลักษณะของส้ม
- ประฌยชนืและข้อพึงระวัง
- การเก็บรักษา
-การขยายพันธ์




Teaching Techniques
   อาจารย์ใช้เทคนิคการสอนโดยการใช้คำถาม  เพื่อให้นักศึกษาเกิดกระบวนการคิดและแก้ปัญหาเกี่ยวกับคำถามที่อาจารย์ถาม

การนำไปประยุกต์ใช้
   สามารถนำสิ่งที่อาจารย์แนะนำในการเขียนแผนการสอนไปใช้ในการเขียนแผนการสอนของเราได้อย่างเข้าใจมากขึ้น

ประเมินตนเอง 
ตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย แต่ต้องปรับปรุงในเรื่องการนำเสนอสื่อว่าเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อย่างไร  

ประเมินเพื่อน
เพื่อนตั้งใจเรียนและเเต่งกายเรียบร้อย  และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน

ประเมินอาจารย์ 
ครูสอนเข้าใจ  เเต่งกายเรียบร้อย  เเละเข้าสอนตรงเวลา  

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจารณ์จินตนา สุขสำรญ
วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557
เวลาเรียน 08.30-12.20 น.


สิ่งที่ได้รับในวันนี้

วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาทุกคนออกมานำเสนอสื่อวิทยาศาตร์ของตนเอง
มีทั้งคนที่ทำมาและไม่ทำมา เนืองจากบางคนไม่ทราบว่าต้องส่งอาทิตย์นี้  รวมมาถึงตัวดิฉันด้วยที่ไม่ได้ทำไป อาจาร์ยจึงให้คนที่พร้อมออกไป  present  ก่อนและคนที่ไม่ได้มางานประดิษฐ์มา คุณครูู้สอนได้เปิดโอกาสให้อีกครั้งหนึ่งโดยการนำมาส่งในสัปดาห์หน้า เเต่ต้องมีเงื่อนไขว่าต้องตั้งใจทำ  และต้องทำมาให้ดีกว่าเพื่อนในอาทิตย์นี้ และห้ามซ้ำเพื่อนในห้องด้วย



สื่องานประดิษฐ์ที่เพื่อนนำมาเสนอ
1.  ล้อรถจากด้าย
2.  ไหมพรมเต้นระบำ
3.  ลูกโปรงลอยฟ้า
4.  วงล้อหลากสี
5.  โทรศัพท์จากแก้ว
6.  ตุ๊กตาโยกเยก
7.  นักดำน้ำ
8.  ผึ้งน้อยเล่นน้ำ 
9.  ร่มชูชีพ
10.เรือดำน้ำ
11.จรวด
12.กีตาร์สามเหลี่ยม
13.ป๋องแป๋ง

เทคนิคการสอน
      อาจารย์ให้เราทำผลงานมาแล้วต้องสามารถอธิบายและตอบคำถามอาจารย์ได้  เพราะเมื่อเราทำสื่อหรือของเล่นไปให้เด็กเล่นแล้วเด็กเกินการสงสัยและตั้งคำถามถามครู  ต้องสามารถตอบให้เด็กเข้าใจได้และหายสงสัยได้

   การนำไปประยุกต์ใช้
      สามารถนำของเล่นต่างไปใช้กับเด็กได้  เพื่อให้เด็กเกิดความสนุกสนานได้



   ประเมินตนเอง
      วันนี้ดิฉันไม่ได้นำสื่อมานำเสนอ เนื่องจากนึกว่าอาจารย์จะให้นำเสนออาทิตย์หน้า เมื่อดูการนำเสนอของเพื่อนก็จะเอามาปรับปรุงแก้ไขในการนำหลักวิทยาศาสตร์มาสอนเด็ก และขอบคุนเพื่อนๆที่ให้โอกาสดิฉันและคนที่ไม่เอาสื่อมา นำเสนออาทิตย์หน้าได้

   ประเมินเพื่อน
      สื่อของเพื่อนๆมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อนๆบางคนนำเสนอสื่อ และหลักการทางวิทยศาสตร์ได้อย่างดี ทุกคนตั้งใจฟังสิ่งที่เพื่อนนำเสนอ

   ประเมินอาจารย์
      อาจารย์ได้สอดแทรกและเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับสื่อต่างๆที่เพื่อนออกมานำเสนอ แนะนำความรู้ และถ้าเราไม่ทำแบบนี้จะทำอย่างไหนได้อีกอาจารย์ได้บอกแนวทางที่เราจะหาวัสดุที่เหลือใช้และประหยัดมาใช้ในการทำสื่อวิทยาศาตร์ได้อย่างเหมาะสม

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 8

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจารณ์จินตนา สุขสำรญ
วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557
เวลาเรียน 08.30-12.20 น.


สัปดาห์นี้ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากเป็นช่วงสอบกลางภาค




วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจารณ์จินตนา สุขสำรญ
วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557
เวลาเรียน 08.30-12.20 น.


สิ่งที่ได้รับในวันนี้


Actvities   วันนี้อาจารยืเริ่งต้นชั่วโมงด้วยการให้เราประดิษฐ์ (Invention)  สื่อจากกระดาษ


กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมลูกยาง
อุปกรณ์
1 กระดาษหน้าปก ( Paper )
2   กรรไกร ( Scissors )
3   คลิปหนีบกระดาษ  ( paperclip )

ขั้นตอนการประดิษฐ์

1 นำกระดาษที่ได้มาพับครึ่ง  แล้วนำกรรไกรมาตัดเป็นแนวตรงยาวให้ชิดกับรอยพับครึ่งของกรรไกร
2 พับส่วนบนของกระดาษเข้ามา  1 เซนติเมตร
3 นำคลิปหนีบกระดาษมาหนีบไว้ด้านที่พับส่วนบนเข้ามา  จากนั้นกางปีกส่วนที่โดนตัดออกไปคนละด้าน    กัน
4 นำมาทดลองเล่น  โดยการโยนและทำให้กระดาษหมุน


Results

Grop : 1-2 หมุนได้ดี เพราะการตัดกระดาษที่ลึกและสมดุลกันจึงทำำให้กระดาษหมุนได้ทรงและทรงตัวได้ดีในอากาศ
Grop : 3-4 หมันได้น้อย ลงสู่พื้นเร้ว บางคนไม่หมุน


Solutions
ตัดตรงปรีกให้ลงไปอีก ให้เท่า Grop 1-2
เปลี่ยนวิธีการเล่นใหม่ (โยน)

กิจกรรมที่ 2  กิจกรรมแกนกระดาษทิชชู่
อุปกรณ์
1 แกนกระดาษทิชชู่
2 กระดาษตัดเป็นรูปวงกลม
3 ไหมพรม
4 กาว
5 กรรไกร
6 สี
7 ที่เจาะรู


ขั้นตอนการประดิษฐ์
1 นำเเกนกระดาษทิชชู่มาตัดครึ่ง แล้วเจาะรู 4 รู
2 นำกระดาษมาตัดเป็นวงกลม มาแปะตรงเเกนกระดาษทิชชู่ วาดรูปลงไปให้สวยงาม
3 นำไหมพรมมาร้อยกับแกนกระดาษทิชชู่ ให้สามารถห้อยคอได้
4 จากนั้นก็ทดลองเล่น  โดยการเคลื่อนขึ้นลงไปมา ได้ใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์




วิธีการเล่น

ผูกเชือกให้สายเชือกสามารถคล้องคอได้ แล้วนำมาคล้องคอ ใช้มือดึงเชือกขึ้นลงไปมาจะทำให้ภาพขึ้นลงได้ และเรายังสามารถที่จะประดิษฐ์สื่อขึ้นได้เอง นอกจากประดิษฐ์จากแกรนกระดาษทิชชูเรายังนำสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราอย่างเช่น จานกระดาษ หนังสือพิมพ์ หรือแผ่นซีดี นำมาเป็นสื่อวิทยาศาสตร์ที่สอนเด็กได้


การนำเสนอบทความของเพื่อน

บทความที่ 1 โดย miss Jiraporn Noulchom
เรื่อง สะกิดลูกให้คิดแบบวิทยาศาสตร์

รูปแบบ 5 Es Model ประกอบไปด้วยขั้นตอนง่ายๆ 5 ขั้น ซึ่งพ่อแม่สามารถนำไปฝึกลูกให้คิดแบบวิทยาศาสตร์ได้ดังนี้

ขั้นที่ 1 เมื่อลูกเรียน 2 อย่างพร้อมกัน พ่อแม่ควรตรวจสอบความรู้เดิมของลูกก่อน ว่ามีพื้นฐานขนาดไหน หรือเข้าใจถูกต้องหรือไม่

ขั้นที่ 2 ให้ลูกแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง โดยค้นขว้าหาข้อมูลเรื่องที่สนใจและอยากรู้จากแหล่งต่างๆ

ขั้นที่ 3 ให้ลูกลองวิเคราะห์ตรวจสอบความรู้ที่ตนเองสร้างจากขั้นที่ 2 โดยคุนกับลูก และให้ลองอธิบายเรื่องที่ได้เรียนรู้ตามความเข้าใจของตนเอง

ขั้นที่ 4 ให้ลูกเชื่อมโยง และขยายความรู้ในสิ่งที่เรียนไปยังสิ่งที่อยู่รอบตัว สามารถทดลองได้ง่ายๆ

ขั้นที่ 5 พูดคุยกับลูก ให้ลูกสะท้อนความรู้และความคิดที่ตนเองสร้างขึ้นมาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์


บทความที่ 2  โดย  miss Anna Chawsuan
เรื่อง การเรียนรู้จากนิทาน

การเรียนรู้จากนิทานมีขั้นตอนการจัดกิจกรรม 3 ขั้นตอน ประกอบไปด้วย

ขั้นตอนแรก คือ ขั้นนำ เด็กได้ร้องเพลงไก่ พร้อมทำท่าทางประกอบเพลงอย่างอิสระ  สนทนาตั้งคำถาม ในการสืบค้นเกี่ยวกับสัตว์ในนิทานเรื่องหนูไก่คนเก่งที่เด็กชื่นชม คือ ไก้และเป็ด

ขั้นที่สอง คือ ขั้นสอน ชวนเด็กตั้งคำถามเชิงวิทยาศาสตร์ในการสืบค้น
 "อยากรู้จังไก่กับเป็ดเหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้างค่ะ" หนูรู้ได้อย่างไร? บอกรายละเอียดให้มากที่สุด สามารถตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับไก่และเป็ดโดยการนำลูกไก่มาให้เด็กได้สังเกต รูปร่าง ลักษณะ ขนาด และอาการของลูกไก่ ด้วยตาเปล่าและแว่นขยาย บอกรายละเอียดของเป็ดให้มากที่สุด
นอกจากนั้นครูควรพาเด็กไปศ฿กษาความรู้เพิ่มเติมจากฟาร์มเลี้ยงไก่และเป็ด หรือพื้นที่อยู่ใกล้โรงเรียน และสังเกตไก่และเป็ด จากนั้นให้เด็กมาช่วยกันบอกรายละเอียดของไก่และเป็ด และวาดภาพอย่างอิสระ

ขั้นที่สาม คือ ขั้นสรุป เด็กเสนอผลงานจากการสังเกตรูปร่างลักษณะของไก่และเป็ดผ่านภาพวาดบนกระดาน เด็กได้รู้ว่าไก่และเป็ดมีรูปร่าง ลักษณะต่างกัน โดยค้นหาคำตอบด้วยตนเองจากการสังเกตและเปรียบเทียบ


บทความที่ 3 โดย miss




วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 6

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจารณ์จินตนา สุขสำรญ
วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557
เวลาเรียน 08.30-12.20 น.

สิ่งที่ได้รับในวันนี้

วันนี้อาจารย์ได้เริ่มต้นการเรียนการสอนด้วยการให้คะแนะนำในการแก้ไขบล็อกของแต่ละคน และให้ทุกคนเพิ่มภาษาอังกฤษลงในบล็อกเพื่อเตรียมตัวที่จะเข้าสู้ปรัชาคมอาเซียนเราจะได้คุ้นเคย

จากนั้นอาจารย์ได้ถามพวกเราว่า "Constructivism" สอดคล้องกับการศึกษา
    
            การศึกษาด้วยตนเอง+การลงมือปฎิบัติจริง+สร้างชิ่นงานด้วยตนเอง

พัฒนาการก็ คือ การแสดงความสามารถตามอายุ การแสดงออกมาแต่ละด้าน ซึ่งเราจะคาดหวังเป็นคุณลักษณะและเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นของเด็ก ก็คือ เด็กจะเล่นโดยใช้ปรัสาทสัมผัสทั้ง 5 ซึ่งดิ้วอี้ เข้าเน้นเด็กเป็นสำคัญ การได้ลงมือปฎิบัติจริง ทำให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้

กิจกรรมที่ได้ทำมนวันนี้

แจกกระดาษให้วาดภาพที่เชื่อโยงกันระว่างสองภาพหน้า-หลัง




อาจารย์ได้คำถามว่า "ภาพมันซ้อนกันเพราะอะไร" (หมุนไม้)

สรุป ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำกิจกรรม การทำงานชิ้นนี้เด็กได้ลงมือกระทำด้วยตนเอง ได้ลองผิดลองถูกด้วยตนเอง การที่เด็กได้ลงมือกระทำด้วยตนเอง "วิธรการเรียนรู้" และเรายังได้รู้ถึงวิธีการทำสื่อวิทยาศาสตร์ง่ายๆที่เราสามารถหาวัสดุอุปกรณ์ที่ง่ายดายมาสอนเโ้กได้ด้วย




การนำเสนอบทความของเพื่อน


บทความที่ 1 โดยนางสาววิรัณดา ขยันงาน (wiranda  Khayanngan)
เรื่อง สอนลูกเรื่องพืช

 -ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายให้เด็ก เป็นต้นไม้โอนเอนไปมา 
-ส่งสริมพัฒนาการทางด้านสังคมการเรียนรู้เรื่องผัก เด็กได้มีปฎิสัมพันธ์ในการได้สักถามแลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อน
-ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสติปัญญา ทดลอองปลูกต้นไม้ เด็กได้ทักษะทางคณิตศาสตร์ในการวัดการเจริญเติบโตของต้นไ้ม้
การส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับพืชต่างๆ พ่อแม่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ซึ่งสามารถจัดกิจกรรมเรียนรู้ให้เด็กง่ายๆจากกิจวัตรประจำวัน หรือสิ่งแวดล้้อมรอบตัว เช่น การเข้าครัวทำอาหารที่เกี่ยวกับผัก เด็กก็จะได้เรียนรู้ไปในตัว ว่าผักชนิดนั้นที่เขาช่วยคุณแม่ล้างเป็นผักอะไร มีประโยชน์ อย่างไร นอกจากเด็กได้เรียนรู้เกี่ยวผักแล้วยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวอีกด้วย



บทความที 2 โดย นางสาวอรุณจิต  หาญห้าว   (arunjit Hanhao)
เรื่อง เด็กเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านนิทาน
นิทานเป้นสื่อที่เด็กชอบเพราะมันเป้นเรื่องราวที่มานำเสนอ้ป็นสิ่งที่เด็กสนใจ ที่เป็นเนื้อหาสาระความรู้ บางทีเราเล่านิทานผ่านนิทานเพื่อให้เด็กได้จดจำสาระความรู้นำเสนอเป็นบทเพลงเด็กก็จะเข้าใจมากขึ้น
นิทานมีส่วนช่วยในการเรียนรู้คือ มีรูปภาพ เนื้อหาไม่เยอะจนเกินไป ฟังง่าย สั้นๆกระชับ เรามักจะนำเนื้อหาความรู้ สอดแทรกผ่านการเล่านิทาน 
การร้องเพลง ลักษณะของเพลงต้องมีจังหวะ ทำนอง ฉะนั้นการเล่านิทานจึงง่ายกว่าการร้องเพลงประกอบเนื้อหาแต่ถ้ามองในความชอบของเด็ก เด็กจะชอบการเล่าเนื้อหา ประกอบเพลงมากกว่า


บทความที่ 3 โดยนางสาวณัฐธิดา รัตนชัย (miss  Nattida Rattanachai)
เรื่อง แนวทางสอนคิดเติมวิทย์ให้กับเด็กอนุบาล

แนวทางในการปฏิบัติมี 5 ข้อ
1.ตั้งคำถาม
2.หาคำตอบ
3.ข้อเท็จจริง
4.นำเสนอ
5.นำคำตอบที่ได้ไปเชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์

ดร.วรนาท รักสกุลไท นักการศึกษาปฐมวัยผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยา (ฝ่ายอนุบาล) กล่าวว่า  เราคงทราบดีกันอยู่เเล้วว่าวิทยาศาสตร์มีความสำคัญเพียงใด แต่สำหรับเด็กอนุบาล แนวทางการสอนต่างหากที่จะทำให้เด็กสนใจสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ครูต้องแม่นยำในพัฒนาการของเด็ก เพื่อที่จะสามารถจัดการเรียรู้ ได้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กรวมถึงต้องอย่าลืมเรื่องจินตนาการที่มีสูงในด็กวัยนี้



บทความที่ 4 โดยนางสาว(Anitimom  Samma)
เรื่อง การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
การทดลองวิทาศาสตร์สำหรับเด็กยังช่วยฝึกให้ลูกน้อยเพิ่มทักษะความรู้ เกี่ยวกับการสังเกตและการค้นคว้าหาคำตอบด้วยเหตุและผล ทักษะการมอง ทักษะการฟัง  ทักษะการดม ทักษะการลิ้มรสช่วย ทักษะการสัมผัส เป็นต้น



ศึกษาเพิ่มเติม

วิธีการจัดการเรียนการสอนแบบเฟรอเบล (Froebelian Mode)

                เฟรอเบลเน้นการจัดประสบการณ์การศึกษาอนุบาลในภาพรวมนับแต่การจัดสิ่งแวดล้อม การจัดตารางเวลากิจกรรมประจำวัน การจัดกิจกรรมต่างๆ สำหรับเด็กในชั้นเรียนทั้งที่เป็นกิจกรรมเคลื่อนไหว ดนตรี ขับร้อง สำหรับวิธีการจัดการเรียนการสอนที่นำเสนอต่อไปนี้จะเน้นเฉพาะช่วงกิจกรรมวงกลม ซึ่งเป็นช่วงการเรียนรู้เนื้อหาสาระจากชุดอุปกรณ์ ประกอบด้วยการเตรียมและการดำเนินการ
                การเตรียม
                ครูผู้สอนต้องประเมินพัฒนาการของเด็ก ความสนใจของเด็ก และความพร้อมในการเรียนด้วยการสังเกตเด็ก แล้วจึงมาเตรียมชุดอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับเด็ก พร้อมออกแบบประสบการณ์และกิจกรรมสำหรับเด็ก จากนั้นวางแผนขั้นตอนการสอนด้วยการเล่นชุดอุปกรณ์เป็นลำดับ
                การดำเนินการ
ขั้นนำ เริ่มกิจกรรมการสอนด้วยการทำให้เด็กสงบ อาจเป็นการร้องเพลง กิจกรรมคำคล้องจอง เป็นต้น เมื่อเด็กพร้อมจึงเริ่มการเรียน
ขั้นสอน ครูบอกจุดประสงค์การเรียน แล้วเสนอชุดอุปกรณ์ที่จะให้เด็กนำไปเล่นและสร้างสรรค์ผลงานตามความสนใจ โดยมีครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์และแผนที่วางไว้ ครูจะไม่เข้าไปจัดการเด็กในขณะทำกิจกรรมการเรียน แต่สร้างบรรยากาศให้เป็นการเล่นอย่างธรรมชาติ
ขั้นสรุป ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เรียนรู้ร่วมกัน เมื่อเรียนจบแล้วเด็กสามารถไปทำกิจกรรมการเรียนรู้อื่นๆ ที่จัดเตรียมไว้อีก เช่น ศิลปะสร้างสรรค์ ฟังนิทาน ร้องเพลง หรือกิจกรรมเคลื่อนไหว เป็นต้น
                ในการจัดการเรียนการสอนนี้ ตารางกิจกรรมประจำวันมีความสำคัญ เฟรอเบลมีการพัฒนาตารางกิจกรรมวันขึ้นมาเพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาครอบคลุบทุกด้าน ทั้งร่างกาย  จิตใจ อารมณ์   สังคม จากแนวคิดนี้ได้เป็นต้นแบบของตารางกิจกรรมประจำวันของการศึกษาอนุบาลในปัจจุบัน ที่เฟรอเบลจะให้เด็กนั่งเป็นวงกลมร้องเพลงแล้วเล่นชุดอุปกรณ์ ปัจจุบันเรียก กิจกรรมวงกลม ส่วนกิจกรรมสร้างเสริมสุนทรีและเพลิด ได้แก่ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมกลางแจ้ง และเกมการศึกษา แต่ละวันครูจะจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับบรรยากาศและสภาพความต้องการของเด็ก
การประเมินผล
                 การประเมินผลการเรียนของเฟรอเบลเน้นความแตกต่างระหว่างบุคคลที่พัฒนาไปตามลำดับ ชุดอุปกรณ์ จุดเน้นสำคัญของเฟรอเบลอยู่ที่การเรียนอย่างมีความสุข เป็นธรรมชาติ เพราะเฟรอเบลเชื่อว่า การเล่นคือสื่อสร้างการเรียนรู้และเข้าใจภายในด้วยตัวของเด็กเองที่เป็นไปตามกลไกชีวิต เด็กจะเรียนรู้ได้ดีเมือมีความพร้อมที่จะเรียนด้วยการเล่นและการมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม

การจัดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้
                การจัดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ของเฟลอเบลเป็นเรื่องของการจัดการศึกษาอนุบาลทั้งระบบ ตั้งแต่การสอนหลักสูตร เนื้อหาที่เด็กต้องเรียนรู้ การเตรียมครูและการมีส่วนร่วมของครอบครัวในการสอนเด็ก บรรยากาศของเรียนรู้เน้นเป็นธรรมชาติ ความเพลิดเพลิน ความเป็นอิสระในการเล่นและการเรียนรู้ โดยมีครูเป็นผู้จัดวางจัดประสบการณ์ให้เด็กอย่างเป็นแบบแผน สิ่งแวดล้อมของโรงเรียนมีความหมายกับเด็กเป็นอย่างมาก  โรงเรียนของเฟรลเบลประกอบด้วยสวนที่สวยงาม มีสนาม มีมุมของเล่น ที่เด็กสามารถเข้าไปเล่นได้ตามความสนใจ มีบริเวณสำหรับทำกิจกรรมเคลื่อนไหว ดนตรี หรือแม้แต่กิจกรรมอื่นๆ ซึ่งลักษณะการจัดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ของเฟรอเบลนี้ ก็คือ รูปแบบของการจัดสิ่งแวดล้อมโรงเรียนอนุบาลในปัจจุบัน

http://www.youtube.com/watch?v=Bkvc00r8F7w

ประเมินตนเอง    

วันนี้แต่งกายเรียบร้อยร้อย มาเรียนตรงต่อเวลา ตั้งใจทำสื่อที่อาจารย์ทำมาให้ทำอย่างสวยงาม

ประเมินเพื่อน

เพื่อนๆทุกคนตั้งใจฟังในสิ่งที่อาจารย์สอน และทำกิจกรรมี่อาจารย์นำมาสอนอย่างตั้งใจ

ประเมินอาจารย์

อาจารย์มีเทคนิกในการสอนที่ดี และมีการทำสื่อวิทยาศาสตร์ที่ทำง่ายๆมาสอนพวกเราให้เราได้ความรู้มากขึ้น





วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 5

วิชา  การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจาร์ยจินตนา  สุขสำราญ
วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557
เวลาเรียน  08.30 - 12.20 น.
สิ่งที่ได้รับในวันนี้

วันนี้เริ่มต้นชั่วโมงมาด้วยการที่อาจารย์ได้เปิดเพลงให้ฟังเป็นเพลงเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (Science)
Music = Knowledge
Skills = Perform
 พอฟังจนจบเพลงอาจารย์ได้ถามว่าเพลงนี้บอกอะไรกับเรา  
เพลงนี้ = อยากรู้อะไรให้ทดลองใช้สมองคิดและพิสูจน์ความจริง
*** เพลงวิทยาศาสตร์ที่ได้ฟังนี้เพื่อให้เด็กได้ความรู้ ได้เนื้อหา และทักษะที่ให้เด็กทำเด็กต้องลงมือทำด้วยตนเอง

การนำเสนอบทความของเพื่อน

บทความที่ 1 โดย นางสาวปรียานุช  ชนเทพ  ( Preeyanuch Contep)
   เรื่อง สอนลูกเรื่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ   

       

 บทความที่ 2 โดย นางสาวปิยะดา ผ่องพัน (Pyada Pongpan)
เรื่อง วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย


ทักษะที่ได้รับ
-การเรียงลำดับ
-การจำแนก
-การสังเกต
สาระที่เด็กควรรู้
-สิ่งต่างๆที่อยุ่รอบๆตัวเรา
-ธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา
-เรื่อองราวที่เกี่ยวกับคนสถานที่และสิ่งแวดล้อม

เทคนิกการสอน

วันนี้อาจารย์ได้มีเทคนิกในการสอนในการเข้าบทเรียนด้วยการเปิดเพลงเด็กที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ให้นักศึกษาได้ฟังและเมื่อจบเพลงก็ได้ใช้คำถามปลายเปิด ให้นักศึกาาได้ตอบคำถาม ได้คิด
แลกเปลี่ยนความรู้กันว่าจากการที่ฟังเพลงไปนั้นเราได้อะไรจากเพลง จากนั้นก้นำเข้าสู่บทเรียน

ประเมินตนเอง
 วันนี้มาเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์สอน

ประเมินเพื่อน
เพื่อนทุกคนตั้งใจฟังและโต้ตอบคำถามในสิ่งที่อาจารย์ถามเป็นอย่างที่ดีค่ะ

ประเมินอาจารย์
วันนี้อาจารย์มีเทคนิกในการสอนที่แปลกใหม่ไปจากเดิม ทำให้น่าเรียนและสนใจเรียน เข้าใจในเนื้อหามากขึ้นค่ะ

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

วิชา  การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจาร์ยจินตนา  สุขสำราญ
วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557  
เวลาเรียน  08.30 - 12.20 น.  
สิ่งที่ได้รับในวันนี้

วันนี้อาจารย์ได้เริ่มต้นชั่วโมงการเรียนด้วยการดู Blogger ของแต่ละคนและบอกรายละเอียดให้ทุกคนได้ไปปรับปรุงแก้ไขของตัวเอง สิ่งที่ได้รับในวันนี้มีมากมายที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนScience Experiences Management for Early Childhood และได้ให้เพื่อนออกไปนำเสนอบทความ 5 คน



Present บทความ

บทความที่ 1 โดย (นางสาวดาราวรรณ กล่อมใจ)
เรื่อง จุดประเด็นเด็กคิดนอกกรอบ กิจกรรมสนุกกับของเล่นวิทยาศาสตร์

     ของเล่นเป็นสิ่งของที่อยู่คู่กับเด็กๆทุกคน ทั้งของเล่นวิทยาศาสตร์และของเล่นพื้นบ้านที่เด็กใช้เล่นกันในแต่ละวัน คุณครูอุนพพรและครูพี่เลี้ยงจึงได้คิดกิจกรรมขึ้นเพื่อให้เด็กได้เป็นนักทดลอง ค้นหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ พิสูจน์ทฤษฎีต่างๆไดและสืบเสาะหาความรู้โดนให้นักเรียนได้ทดลองกิจกรรมนี้ 
    กิจกรรมที่ครูจัดขึ้นนั้นจะเป็นกิจกรรมให้เด็กหาความรู้จากของเล่น การพับแฮลิคอปเตอร์กระดาษ  จรวด  เเละเครื่องบิน  ซึ่งเป็นความคิดดสร้างสรรค์นอกกรอบ  เกี่ยวกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์คือ  ต้องการให้เด็กทราบถึง   ความสูง - ต่ำ  ในการโยนจรวดลงสู่พื้นดิน 


บทความที่ 2 โดย (นางสาวพาทินธิดา เฉลิมบุญ)
เรื่อง ทำอย่างไรให้ลูกสนใจวิทยาศาสตร์

ทำอย่างไรให้ลูกสนใจวิทยาศาสตร์ที่สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กก็คือ วิทยาศาตร์คือสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเรา
ล้วนเป็นวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้นอยู่ที่เราจะสอนหีือว่าวิธีอะไรให้ลูกหันมาสนใจและเข้าใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น   
การทำให้ลูกสนใจวินยาศาสตร์มีวิธีง่ายๆดังนี้
  - ให้ลูกน้อยอ่านหนังสือการ์ตูน เช่น หนังสือโดเรมอน  เพราะมีความรู้ทางวิทยาศตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง
  - ซื้อเกราะกิจกรรมการทดลอง  ซื้อหนังสือทดลองที่สามารถทำที่บ้าน   เช่น  การพับกระดาษ  พีระมิด  การตัดพิซซ่า    เป็นต้น 
  - พาเด็กเข้าร่วมพิพิธภัณฑ์  เพราะเด็กสามารถเข้าร่วมการทดลองได้  เเละยังสามารถช่วยกระตุ้นให้เด็กกล้าเเสดง         ออกในการทดลองให้แก่เด็ก   ทำให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้


บทความที่ 3 โดย (นางสาวจิราวรรณ จันทร์หนองหว้า)
เรื่อง วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์สำคัญอย่างไรกับอนาคตของชาติ

 ครูธิดาได้กล่าวว่า เด็กคือต้นกล้าที่ต้องได้รับการพัฒนา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์ในการเล่นครูต้องให้เด็กลงมือปฎิบัติจริงแล้วครูคอยประเมินพฤติกรรมของเด็กอยู่ห่างๆ  และชวนเด็กตั้งคำถามไปเรื่อยๆ  จะทำให้เด็กเกิดความสงสัยและอยากหาคำตอบ เเละอยากทำการทดลอง  ซึ่งทำใหห้เด็กได้เรียนรู้และปฎิบัติจริงในการทำกิจกรรม และการจัดประสบการณ์ 


บทความที่ 4 โดย (นางสาวอุมาพร ปกติ)
เรื่อง เมื่อลูกน้อยเรียนรู้วทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์จากดนตรี

ครูปฐมวัยให้เด็กปฐมวัยส่งลูกบอลจากตนไปหาเพื่อน  บางคนส่งช้า  บางคนส่งเร็ว  และบางคนส่งตามจังหวะเสียง  หลังจากนั้นชวนเด็กเข้าร่วมกิจกรรมการอบรม  โดยให้เด็กหาอุปกรณ์ชนิดใดก็ได้มาทำกิจกรรมที่เกิดเสียง   และผู้จัดกิจกรรมมีการซักถามว่า  อุปกรณ์ที่นำมาเกิดเสียงอะไรบ้าง  เช่น    เสียงเบา  เสียงแหลม  เสียงทุ้ม  เสียงดัง  เสียงสูง   เสียงต่ำ  และขึ้นอยู่กับปริมาณที่หลากหลาย  
เช่น   -เสียงเกิดจากวัตถุกระทบกัน
    "เพื่อให้ทุกคนได้ตอบว่าเกิดอะไรจากการทำกิจกรรมนี้"
    "ร่างกายของเราทำให้เกิดเสียงได้อย่างไรบ้าง"


บทความที่ 5 โดย (นางสาวจารุนันท์  จันขัน)
เรื่อง การจัดการเรียนรูวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

วัตถุประสงค์  -ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของเด็ก
                  -เพื่อให้เด็กเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว 
                  -เพื่อส่งเสริมทักษะด้านต่างๆ
ในการทดลองเด็กจะใช้ทักษะการสังเกตุ  และประมวลความคิด  และบอกเหตุผล และจึงสร้างสรรค์ชิ้นงานออกมาโดยใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์  การใช้เหตุผล  ไปถึงทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์

เป้าหมาย   -แสดงความตระหนักรู้  ลงมือปฎิบัติ  สำรวจ  ตั้งคำถาม 
                -ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์
                -รู้จักการใช้เหตุผล  กลัวการตัดสินใจ
                -เด็กได้ช่วยเหลือตนเอง  และทำงานร่วมกับเพื่อน


ทักษะทางวิทยาศาสตร์(Science process skills.)



สรุุปองค์ความรู้หลังเรียน

***โปรแกรม map มีปัญหาเดี๋ยวหนูไปหาโหลดปรับปรุงแก้ไขใหม่นะคะ


ประเมินตัวเอง      วันนี้มาเรียนตรงต่อเวลาค่ะ แต่งกายถูกระเบียบตั้งในฟังและบันทึกสิ่งที่อาจารย์สอน

ประเมินเพื่อน      เพื่อนๆทุกคนตั้งใจเรียน สนทนาโต้ตอบตอบกับบอาจารย์อย่างดี

ประเมินอาจารย์  อาจรย์สอนและให้เราคิดโต้ตอบกับสิ่งที่อาจารย์พูดมาได้อย่างเข้าใจและมีเหตุผล